จงลงมือทำมันซะ!
ลงมือทำทันที หนีอาการ Burnout
WHO หรือองค์การอนามัยโลก เพิ่งมีประกาศอย่างเป็นทางการว่า Burnout Syndrome หรือ “ภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ” เป็นสภาวะที่ต้องได้รับการรักษาในทางการแพทย์เป็นครั้งแรก
“ภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ” คืออาการหมดไฟในการทำงาน ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดจากงานที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่บรรลุเป้าประสงค์ที่วางแผนไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้
ภาวะนี้เกิดจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตัวงานที่เราทำ ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่บุคลิกของตัวเราเอง
กลุ่มอาการที่ชี้ว่าคุณกำลังอยู่ในภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ ได้แก่
ADVERTISEMENT
- รู้สึกอ่อนล้า หมดพลังในการดำเนินชีวิต
- รู้สึกไม่อยากทำงาน หรือรู้สึกไม่ดีกับงานที่ทำ หรืองานที่เกี่ยวข้อง
- ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
แต่ใช่ว่าอาการเหล่านี้จะไม่มีทางรักษา หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าข่าย หรือรู้สึกไม่มีกำลังใจในการทำงาน ลองปรับวิธีการทำงาน ปรับสมดุลการใช้ชีวิต พักผ่อนสักนิดแล้วค่อยลุยงานต่อก็ได้
หลังจากพักอย่างเพียงพอและวางแผนการทำงานต่อไปแล้ว สิ่งแรกที่เราควรหลีกเลี่ยงคือการ “ผัดวันประกันพรุ่ง” คุณอาจคิดว่า แค่ผัดไปอีกสักวัน หรือค่อยทำทีหลังก็ได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจน ชอบที่จะทำตามแผนให้บรรลุเป้าหมายจนสำเร็จ การผัดออกไปแม้แค่เพียงเล็กน้อยคือจุดเริ่มต้นของการทำแผนไม่สำเร็จ ความล้มเหลวเล็ก ๆ นี้อาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ และกลับไปรู้สึกว่างานของตนไม่สำเร็จ ขาดประสิทธิภาพ วนเวียนกับการผิดหวังกับตัวเองจนรู้สึกเหนื่อยล้าอีกรอบก็ได้
ดังนั้นในขณะที่ยังมีไฟอยู่ รีบลุกขึ้นมาลงมือทำตามแผนกันดีกว่า!
ผู้ซึ่งทุกเช้าได้วางแผนงานไว้แล้วตลอดวัน จะเดินตามเส้นทางที่นำพาเขาทะลุผ่านเขาวงกตแห่งชีวิตที่แสนสับสนวุ่นวายนี้ได้–– วิกเตอร์ อูโก อ้างถึงจาก “หยุดพูดแล้วลงมือทำซะ!” โดย ไบรอัน เทรซี
8 วิธีลงมือทำทันที หนีอาการผัดวันประกันพรุ่ง หลบหลีกภาวะ Burnout
หนังสือ “หยุดพูดแล้วลงมือทำซะ!” หรือ “Just Shut Up And Do It!” ของไบรอัน เทรซี่ (Brian Tracy) กูรูชื่อดังด้านการพัฒนาตนเองสนับสนุนแนวคิดความสำเร็จที่เกิดจากการลงมือทำทันที และการทำงานตั้งแต่เริ่มจนจบให้สำเร็จ หนึ่งในข้อสำคัญคือการ “เลิกผัดวันประกันพรุ่ง” โดยเทรซี่เสนอ 8 วิธีที่จะทำให้เราหลุดพ้นนิสัยชอบผัดไปเรื่อย มาลองดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. ทำเช็กลิสต์
จดลำดับสิ่งที่ต้องทำในงานขนาดใหญ่ ๆ เริ่มด้วยสิ่งที่ทำอย่างแรกไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำอย่างสุดท้าย เมื่อนำทุกอย่างที่ต้องทำมาเรียงกันบนลู่วิ่ง จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของสิ่งที่ต้องทำและลดอาการผัดวันประกันพรุ่งไปได้มาก
2. ฝานงานเป็นแผ่น ๆ เหมือนซาลามี่
คงไม่มีใครคิดจะกินซาลามี่ทีเดียวทั้งแท่งใช่ไหม? นำงานมาแบ่งส่วนเป็นชิ้น ๆ เหมือนการฝานซาลามี่ออกเป็นแผ่น ๆ ทีนี้คุณก็จะได้ทำให้เสร็จไปทีละชิ้น เหมือนการค่อย ๆ กินซาลามี่ทีละแผ่น ทำไปทีละนิดแต่ทำเรื่อย ๆ จนสำเร็จ
3. เทคนิค ‘รูเนยแข็ง’
เทรซี่แนะนำให้เจาะทะลวงงานเข้าไปเหมือนการเจาะรูเนยแข็งสวิส จัดการทำงานที่เจอในนั้นให้เสร็จครั้งละ 5-10 นาทีโดยไม่พัก เสร็จแล้วจึงทำงานอื่น เมื่อพบงานเล็กงานน้อยที่ยังไม่ได้จัดการ ให้คิดกับตัวเองว่า “จะทำให้เสร็จตอนนี้” แล้วลงมือทำเลย
4. กฎ 20/80
ร้อยละยี่สิบของงานที่ต้องทำ มีคุณค่ามากถึงร้อยละแปดสิบของงานทั้งหมด
นั่นหมายความว่า คุณต้องหาร้อยละยี่สิบที่สำคัญนั่นให้เจอก่อน เพราะมันคือร้อยละแปดสิบของผลสำเร็จของงาน ถ้าคุณหามันเจอและทำมันก่อน คุณอาจจะทำงานชิ้นใหญ่เสร็จไวกว่าที่คิดเสียอีก
5. ให้รางวัลกับตัวเอง
จัดตารางให้รางวัลตัวเองเมื่อทำสำเร็จในทุก ๆ ขั้นตอน เช่น ถ้าทำงานนี้เสร็จจะดื่มกาแฟสักแก้ว หรือถ้าทำงานนี้เสร็จจะกินอาหารค่ำดี ๆ สักมื้อ การให้กำลังใจตัวเองเป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จที่ห้ามลืมเป็นอันขาด
6. ให้คำมั่นกับคนอื่น
บางครั้งแค่บอกตัวเองอาจจะไม่พอ ลองบอกคนใกล้ตัวคุณก็ได้ ว่าคุณกำลังจะทำงานชิ้นนี้ในช่วงเวลาจำกัดนะ เมื่อพูดออกไปคุณก็จะรู้สึกเหมือนมีคอยติดตามงานคุณอยู่ตลอดเวลา และเมื่อคุณบอกเขาไปแล้วว่าจะทำให้เสร็จ เหมือนเป็นการรับปากแบบนี้ ก็จะเกิดแรงผลักดันให้คุณต้องทำมันให้เสร็จ
7. เริ่มต้นทันที
ทำงานนั้นเป็นอย่างแรก ๆ ของวัน ก่อนจะเช็กมือถือหรืออีเมล งานที่ทำทันทีหลังตื่นนอนจะเสร็จเร็วกว่างานอื่นอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลย
8. โฟกัสในแต่ละงาน
วิธีบริหารจัดการเวลาที่ดีที่สุดคือ เลือกสิ่งสำคัญที่สุดขึ้นมาก่อน แล้วตั้งใจทำมันให้เสร็จ โฟกัสกับมันตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเสร็จสิ้นกระบวนการ คุณจะได้ทั้งงานที่มีคุณภาพและเสร็จตามกำหนดเวลา จากนั้นค่อยไปลุยงานอื่นกันต่อ
เมื่อคุณทำงานเสร็จ แม้จะเป็นงานเล็ก ๆ คุณจะได้พบประสบการณ์สารเอนดอร์ฟินหลั่ง คุณจะรู้สึกมีความสุขและมีแรงกระตุ้น คุณจะรู้สึกเร่งเร้าให้ทำงานถัดไป เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกมีความสุขและมีความสำเร็จจากแรงกระตุ้นแบบนั้นอีกครั้ง
ลองทำดู คุณทำได้ เมื่อถึงเวลาต้องทำอะไรสักอย่าง จงลงมือทำมันซะ!
ไบรอัน เทรซี ของนักเขียนขายดีติดชาร์ต New York Times Bestseller – Eat That Frog กินกบตัวนั้นซะ – นักเขียน นักพูดที่ประสบความสำเร็จ และสุดยอดกูรูด้านพัฒนาตนเอง Just Shut Up and Do it จะบอกวิธีการง่ายๆ ที่เราสามารถฝึกฝนและนำไปใช้งานได้เพื่อความสำเร็จในชีวิต โดยไม่มีข้อจำกัดในสิ่งที่คุณต้องการไขว่คว้า









ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น