คอลลาเจน
นิวทริไลท์ คอลลาเจน
มี คอลลาเจน ที่มีส่วนประกอบของ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน
(Hydrolyzed Collagen) จากปลาทะเล ผงเปปไทด์จากถั่วเหลือง
และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว
คอลลาเจนคืออะไร?
คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกายของเรา
โดยคิดเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั่วร่างกาย
คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของผิวหนัง ผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ
กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น นอกจากนั้นยังพบคอลลาเจนได้ในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น
หลอดเลือด กระจกตา และฟัน เป็นต้น
ผิว

กระดูกอ่อน
มีคอลลาเจนอยู่ 50%
ช่วยทำให้ข้อต่อแข็งแรง
เส้นเลือดใหญ่
มีคอลลาเจนอยู่ 12 - 24%
ป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอด
คำว่า Collagen มาจากคำภาษากรีกว่า "kólla" ซึ่งแปลว่า
“กาว” ดังนั้น คอลลาเจนจึงมีคุณสมบัติในการยึดเกาะสิ่งต่างๆ
เข้าไว้ด้วยกันคล้ายกาว
ร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง
แต่ในผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป
ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนลดลงและเส้นใยคอลลาเจนจะอ่อนแอลง
สัญญาณอย่างหนึ่งที่มองเห็นได้คือ ผิวของคุณจะไม่เต่งตึง ความยืดหยุ่นอ่อนนุ่มลดน้อยลง
มีอาการปวดตามข้อต่อเพราะกระดูกอ่อนอ่อนแอลงตามอายุ
คอลลาเจนมีกี่ชนิด?
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าคอลลาเจนมีหลายชนิด
แตกต่างกันไปตามหน้าที่ในร่างกาย แต่ที่สำคัญและควรรู้จักมี 3 ชนิด
![]() |
| ทำจากเส้นใยที่หลวมกว่า พบมากในกระดูกอ่อน ข้อต่อ |
โดยที่คอลลาเจนในร่างกายได้มาจากร่างกายสร้างเองและได้รับจากอาหาร เช่น ปลาทะเลนํ้าลึกและถั่วเหลืองสภาพผิวที่ดีเกิดจากคอลลาเจนใต้ผิวหนังประกอบด้วย
คอลลาเจนและอีลาสติน
คอลลาเจนจะทำงานร่วมกับอีลาสติน ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทำให้ผิวเรียบเนียน ยืดหยุ่นและกระชับ
กรดไฮยาลูโรนิก มีหน้าที่กักเก็บน้ำในผิวช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
แต่รู้หรือไม่ อายุยิ่งมาก ร่างกาย ยิ่งผลิตคอลลาเจนได้น้อย
เมื่อเราอายุ 20 ปีขึ้นไป เราจะสูญเสียคอลลาเจนปีละ 1 - 2%
ผิวตอนสาวคอลลาเจนหนาแน่นและเยอะ
ผิวกระชับเนียน ไม่มีริ้วรอย
คอลลาเจนหนาแน่นและเยอะ
ผิวกระชับเนียน ไม่มีริ้วรอย
ผิวตอนแก่
คอลลาเจนลดลง
ผิวไม่เรียบเนียน เกิดริ้วรอย
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน
ก็มีส่วนทำลายคอลลาเจนได้เช่นกัน
รังสียูวี
การได้รับแสงแดดมากเกินไป
รังสีอัลตราไวโอเลตเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายและลดการสร้างคอลลาเจน
ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดมากเกินไป
และป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
ความเครียด
ฮอร์โมนเครียดจะเข้าไปทำลายคอลลาเจน
อาหารน้ำตาลสูง
การรับประทานน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีมากเกินไป
น้ำตาลขัดขวางความสามารถของคอลลาเจนในการซ่อมแซมตัวเอง
ควรลดการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีให้น้อยที่สุด
บุหรี่
การสูบบุหรี่ทำให้การสร้างคอลลาเจนลดลง
แผลหายช้าลง และทำให้เกิดริ้วรอย
สารอาหารที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกาย
คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีความพิเศษเพราะมีกรดอะมิโน
3 ชนิดที่พบได้น้อยในอาหารอื่นๆ ได้แก่
ไกลซีน (Glycine)
โพรลีน (Proline)
ไฮดรอกซีโพรลีน (Hydroxyproline) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนพิเศษที่สร้างจากโพรลีนและไลซีน
เมื่อรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ ร่างกายจะย่อยมันเป็นกรดอะมิโนเพื่อให้สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปทั่วร่างกาย
จนไปถึงเซลล์ไฟโบรบลาสท์ (fibroblast)
ซึ่งจะใช้กรดอะมิโนเหล่านั้นในการสร้างโปรตีนคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่การรับประทานคอลลาเจนทุกวันจะช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ชุ่มชื้นขึ้น
และลดริ้วรอยที่มองเห็นได้
หรือแม้กระทั่งช่วยลดอาการปวดข้อที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในนักกีฬา
เราสามารถช่วยให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่สำคัญนี้ได้โดยการรับประทานสารอาหารดังต่อไปนี้
วิตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว พริกหวาน
และสตรอเบอร์รี
โพรลีน พบมากในไข่ขาว จมูกข้าวสาลี
ผลิตภัณฑ์จากนม กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง และเห็ด
ไกลซีน พบมากในหนังหมู หนังไก่ และเจลาติน
หรืออาหารที่มีโปรตีนสูงต่างๆ
ทองแดง พบมากในเนื้อสัตว์ เมล็ดงา ผงโกโก้
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วเลนทิล
นอกจากนี้
ร่างกายของเรายังต้องการโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นในการสร้างโปรตีนใหม่
เช่น โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นแหล่งของกรดอะมิโนชั้นยอด
ประโยชน์ของคอลลาเจน
มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนที่น่าสนใจ
การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการเสริมคอลลาเจนอาจช่วยดูแลสุขภาพของผิวหนัง
การทำงานของกล้ามเนื้อ และลดความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับโรคข้อเข่าเสื่อมได้
1. คอลลาเจนกับสุขภาพผิว
ในงานวิจัยโดยแอมเวย์ประเทศจีน ให้ผู้หญิง 62
คนที่มีภาวะฝ้าที่ใบหน้า รับประทานผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยคอลลาเจนเปปไทด์
เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย 10 กรัมทุกวันเป็นเวลา 60 วัน
พบว่ารอยดำที่ฝ้าจางลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานผลิตภัณฑ์
ในการศึกษาหนึ่ง ผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจน
2.5–5 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 8
สัปดาห์พบว่าผิวแห้งน้อยลงและความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานคอลลาเจน
การศึกษาอื่น
ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มผสมกับคอลลาเจนทุกวันเป็นเวลา 12
สัปดาห์พบว่าผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นและความลึกของริ้วรอยลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
ผลการลดริ้วรอยของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเป็นผลมาจากความสามารถในการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ การเสริมคอลลาเจนอาจส่งเสริมการผลิตโปรตีนอื่นๆ ที่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวรวมทั้งอีลาสตินและไฟบริลลิน
การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคอลลาเจนอาจช่วยชะลอความแก่ของผิวได้
อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการศึกษาเพื่อตรวจสอบผลของคอลลาเจนในตัวมันเอง
2. คอลลาเจนกับอาการปวดข้อ
การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการเสริมคอลลาเจนอาจช่วยให้อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมดีขึ้น
และลดอาการปวดข้อโดยรวมได้
ในการศึกษาหนึ่ง นักกีฬา 73
คนที่รับประทานคอลลาเจน 10 กรัมทุกวันเป็นเวลา 24
สัปดาห์พบว่าอาการปวดข้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญขณะเดินและพักผ่อน
เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน
ในการศึกษาอื่น ผู้ใหญ่ที่รับประทานคอลลาเจน 2
กรัมทุกวันเป็นเวลา 70 วัน
พบว่าช่วยลดอาการปวดข้อได้อย่างมีนัยสำคัญและสามารถมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน
นักวิจัยตั้งทฤษฎีว่าคอลลาเจนเสริมอาจสะสมในกระดูกอ่อนและกระตุ้นให้เนื้อเยื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ซึ่งอาจนำไปสู่การลดการอักเสบและอาการปวด
3. คอลลาเจนกับมวลกระดูก
มีการศึกษาพบว่าการเสริมคอลลาเจนอาจมีผลบางอย่างในร่างกายที่ช่วยยับยั้งการสลายของกระดูกที่นำไปสู่โรคกระดูกพรุน
ในการศึกษาหนึ่ง
ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมร่วมกับคอลลาเจน 5 กรัมทุกวัน
เทียบกับอาหารเสริมแคลเซียมอย่างเดียวทุกวันเป็นเวลา 12 เดือน
พบว่าผู้หญิงที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมและคอลลาเจนมีระดับโปรตีนในเลือดที่ส่งเสริมการสลายกระดูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าผู้ที่รับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว
การศึกษาอื่นพบผลลัพธ์ที่คล้ายกันในผู้หญิง 66
คนที่รับประทานคอลลาเจน 5 กรัมทุกวันเป็นเวลา 12
เดือนพบว่าผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจนมีความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มขึ้นถึง 7%
เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้บริโภคคอลลาเจน
ผลลัพธ์เหล่านี้มีแนวโน้มดี
แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาในมนุษย์มากขึ้นก่อนที่จะสามารถยืนยันบทบาทของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในสุขภาพกระดูกได้
4. คอลลาเจนกับมวลกล้ามเนื้อ
มีการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในผู้ที่เป็นโรคซาร์โคพีเนีย
หรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่มักพบในผู้สุงอายุ
ในการศึกษาหนึ่ง ให้ผู้ชายที่กล้ามเนื้อน้อย 27
คนเสริมคอลลาเจน 15 กรัมขณะเข้าร่วมโปรแกรมออกกำลังกายทุกวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์
เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ออกกำลังกาย
แต่ไม่ได้ทานคอลลาเจนจะมีมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิจัยแนะนำว่าการทานคอลลาเจนอาจส่งเสริมการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อ
เช่น ครีเอทีน และกระตุ้นการเติบโตของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบศักยภาพของคอลลาเจนในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
5. คอลลาเจนกับสุขภาพหัวใจ
นักวิจัยได้ตั้งทฤษฎีว่าการเสริมคอลลาเจนอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะเกี่ยวกับหัวใจได้
เพราะคอลลาเจนเป็นโครงสร้างของหลอดเลือดแดง
หากคอลลาเจนมีไม่เพียงพอหลอดเลือดแดงอาจอ่อนแอและเปราะบาง
นำไปสู่การตีบตันของหลอดเลือด อาการหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง
ในการศึกษาหนึ่ง ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง 31
คน รับประทานคอลลาเจน 16 กรัมทุกวันเป็นเวลา 6 เดือน
พบว่าความแข็งของหลอดเลือดลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนที่จะเริ่มรับประทานคอลลาเจน
นอกจากนี้ยังเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) โดยเฉลี่ย
6% ซึ่ง HDL เป็นปัจจัยสำคัญในความเสี่ยงของภาวะหัวใจรวมทั้งหลอดเลือด
อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในสุขภาพของหัวใจ
ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสด้วย คอลลาเจน คอมเพล็กซ์
ประกอบด้วย คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล
เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว
คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล มีกรดอะมิโน ไกลซีน
โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน ที่สามารถดูดซึมนำไปสร้างเป็นคอลลาเจนภายในร่างกายได้ดี
และยังมีคุณสมบัติเพิ่มการสร้างกรดไฮยาลูรอนิกที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นในผิว
เปปไทด์จากถั่วเหลือง
มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมโดยธรรมชาติ และยังมีงานวิจัยพบว่าเปปไทด์จากถั่วเหลืองมีส่วนช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิดที่
1 ซึ่งพบมากที่ผิวหนัง
สารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว
เป็นสมุนไพรจีนที่มีการใช้เพื่อบำรุงสุขภาพกันมาอย่างยาวนาน ทั้งการใช้บำรุงตับ
สายตา และผิวพรรณ เนื่องจากฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสรที่สูงมาก
และเมื่อนำมาใช้ร่วมกับคอลลาเจนเปปไทด์กลับให้ผลในการลดการสร้างเม็ดสีผิวได้
การเสริมคอลลาเจนมีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวโดยการเพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอย และความแห้งกร้าน นอกจากนี้ยังอาจช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและบรรเทาอาการปวดข้อ ยังมีรายงานถึงประโยชน์อื่น ๆ ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน แต่ยังไม่มีการศึกษาการอ้างอิงมาสนับสนุนมากนัก และแม้ว่าอาหารธรรมชาติหลายชนิดจะมีคอลลาเจน แต่ก็ไม่ทราบว่าคอลลาเจนในอาหารให้ประโยชน์เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่
https://nutrilite.co.th/th/article/collagen-info
คอลลาเจนลดลง
ผิวไม่เรียบเนียน เกิดริ้วรอย
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน
ก็มีส่วนทำลายคอลลาเจนได้เช่นกัน
รังสียูวี
การได้รับแสงแดดมากเกินไป
รังสีอัลตราไวโอเลตเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายและลดการสร้างคอลลาเจน
ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดมากเกินไป
และป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
ความเครียด
ฮอร์โมนเครียดจะเข้าไปทำลายคอลลาเจน
อาหารน้ำตาลสูง
การรับประทานน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีมากเกินไป
น้ำตาลขัดขวางความสามารถของคอลลาเจนในการซ่อมแซมตัวเอง
ควรลดการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีให้น้อยที่สุด
บุหรี่
การสูบบุหรี่ทำให้การสร้างคอลลาเจนลดลง
แผลหายช้าลง และทำให้เกิดริ้วรอย
สารอาหารที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกาย
คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีความพิเศษเพราะมีกรดอะมิโน
3 ชนิดที่พบได้น้อยในอาหารอื่นๆ ได้แก่
ไกลซีน (Glycine)
โพรลีน (Proline)
ไฮดรอกซีโพรลีน (Hydroxyproline) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนพิเศษที่สร้างจากโพรลีนและไลซีน
เมื่อรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ ร่างกายจะย่อยมันเป็นกรดอะมิโนเพื่อให้สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปทั่วร่างกาย
จนไปถึงเซลล์ไฟโบรบลาสท์ (fibroblast)
ซึ่งจะใช้กรดอะมิโนเหล่านั้นในการสร้างโปรตีนคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่การรับประทานคอลลาเจนทุกวันจะช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ชุ่มชื้นขึ้น
และลดริ้วรอยที่มองเห็นได้
หรือแม้กระทั่งช่วยลดอาการปวดข้อที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในนักกีฬา
เราสามารถช่วยให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่สำคัญนี้ได้โดยการรับประทานสารอาหารดังต่อไปนี้
วิตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว พริกหวาน
และสตรอเบอร์รี
โพรลีน พบมากในไข่ขาว จมูกข้าวสาลี
ผลิตภัณฑ์จากนม กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง และเห็ด
ไกลซีน พบมากในหนังหมู หนังไก่ และเจลาติน
หรืออาหารที่มีโปรตีนสูงต่างๆ
ทองแดง พบมากในเนื้อสัตว์ เมล็ดงา ผงโกโก้
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วเลนทิล
นอกจากนี้
ร่างกายของเรายังต้องการโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นในการสร้างโปรตีนใหม่
เช่น โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นแหล่งของกรดอะมิโนชั้นยอด
ประโยชน์ของคอลลาเจน
มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนที่น่าสนใจ
การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการเสริมคอลลาเจนอาจช่วยดูแลสุขภาพของผิวหนัง
การทำงานของกล้ามเนื้อ และลดความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับโรคข้อเข่าเสื่อมได้
1. คอลลาเจนกับสุขภาพผิว
ในงานวิจัยโดยแอมเวย์ประเทศจีน ให้ผู้หญิง 62
คนที่มีภาวะฝ้าที่ใบหน้า รับประทานผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยคอลลาเจนเปปไทด์
เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย 10 กรัมทุกวันเป็นเวลา 60 วัน
พบว่ารอยดำที่ฝ้าจางลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานผลิตภัณฑ์
ในการศึกษาหนึ่ง ผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจน
2.5–5 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 8
สัปดาห์พบว่าผิวแห้งน้อยลงและความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานคอลลาเจน
การศึกษาอื่น
ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มผสมกับคอลลาเจนทุกวันเป็นเวลา 12
สัปดาห์พบว่าผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นและความลึกของริ้วรอยลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
ผลการลดริ้วรอยของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเป็นผลมาจากความสามารถในการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ การเสริมคอลลาเจนอาจส่งเสริมการผลิตโปรตีนอื่นๆ ที่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวรวมทั้งอีลาสตินและไฟบริลลิน
การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคอลลาเจนอาจช่วยชะลอความแก่ของผิวได้
อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการศึกษาเพื่อตรวจสอบผลของคอลลาเจนในตัวมันเอง
2. คอลลาเจนกับอาการปวดข้อ
การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการเสริมคอลลาเจนอาจช่วยให้อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมดีขึ้น
และลดอาการปวดข้อโดยรวมได้
ในการศึกษาหนึ่ง นักกีฬา 73
คนที่รับประทานคอลลาเจน 10 กรัมทุกวันเป็นเวลา 24
สัปดาห์พบว่าอาการปวดข้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญขณะเดินและพักผ่อน
เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน
ในการศึกษาอื่น ผู้ใหญ่ที่รับประทานคอลลาเจน 2
กรัมทุกวันเป็นเวลา 70 วัน
พบว่าช่วยลดอาการปวดข้อได้อย่างมีนัยสำคัญและสามารถมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน
นักวิจัยตั้งทฤษฎีว่าคอลลาเจนเสริมอาจสะสมในกระดูกอ่อนและกระตุ้นให้เนื้อเยื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ซึ่งอาจนำไปสู่การลดการอักเสบและอาการปวด
3. คอลลาเจนกับมวลกระดูก
มีการศึกษาพบว่าการเสริมคอลลาเจนอาจมีผลบางอย่างในร่างกายที่ช่วยยับยั้งการสลายของกระดูกที่นำไปสู่โรคกระดูกพรุน
ในการศึกษาหนึ่ง
ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมร่วมกับคอลลาเจน 5 กรัมทุกวัน
เทียบกับอาหารเสริมแคลเซียมอย่างเดียวทุกวันเป็นเวลา 12 เดือน
พบว่าผู้หญิงที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมและคอลลาเจนมีระดับโปรตีนในเลือดที่ส่งเสริมการสลายกระดูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าผู้ที่รับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว
การศึกษาอื่นพบผลลัพธ์ที่คล้ายกันในผู้หญิง 66
คนที่รับประทานคอลลาเจน 5 กรัมทุกวันเป็นเวลา 12
เดือนพบว่าผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจนมีความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มขึ้นถึง 7%
เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้บริโภคคอลลาเจน
ผลลัพธ์เหล่านี้มีแนวโน้มดี
แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาในมนุษย์มากขึ้นก่อนที่จะสามารถยืนยันบทบาทของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในสุขภาพกระดูกได้
4. คอลลาเจนกับมวลกล้ามเนื้อ
มีการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในผู้ที่เป็นโรคซาร์โคพีเนีย
หรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่มักพบในผู้สุงอายุ
ในการศึกษาหนึ่ง ให้ผู้ชายที่กล้ามเนื้อน้อย 27
คนเสริมคอลลาเจน 15 กรัมขณะเข้าร่วมโปรแกรมออกกำลังกายทุกวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์
เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ออกกำลังกาย
แต่ไม่ได้ทานคอลลาเจนจะมีมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิจัยแนะนำว่าการทานคอลลาเจนอาจส่งเสริมการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อ
เช่น ครีเอทีน และกระตุ้นการเติบโตของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบศักยภาพของคอลลาเจนในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
5. คอลลาเจนกับสุขภาพหัวใจ
นักวิจัยได้ตั้งทฤษฎีว่าการเสริมคอลลาเจนอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะเกี่ยวกับหัวใจได้
เพราะคอลลาเจนเป็นโครงสร้างของหลอดเลือดแดง
หากคอลลาเจนมีไม่เพียงพอหลอดเลือดแดงอาจอ่อนแอและเปราะบาง
นำไปสู่การตีบตันของหลอดเลือด อาการหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง
ในการศึกษาหนึ่ง ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง 31
คน รับประทานคอลลาเจน 16 กรัมทุกวันเป็นเวลา 6 เดือน
พบว่าความแข็งของหลอดเลือดลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนที่จะเริ่มรับประทานคอลลาเจน
นอกจากนี้ยังเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) โดยเฉลี่ย
6% ซึ่ง HDL เป็นปัจจัยสำคัญในความเสี่ยงของภาวะหัวใจรวมทั้งหลอดเลือด
อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในสุขภาพของหัวใจ
ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสด้วย คอลลาเจน คอมเพล็กซ์
ประกอบด้วย คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล
เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว
คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล มีกรดอะมิโน ไกลซีน
โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน ที่สามารถดูดซึมนำไปสร้างเป็นคอลลาเจนภายในร่างกายได้ดี
และยังมีคุณสมบัติเพิ่มการสร้างกรดไฮยาลูรอนิกที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นในผิว
เปปไทด์จากถั่วเหลือง
มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมโดยธรรมชาติ และยังมีงานวิจัยพบว่าเปปไทด์จากถั่วเหลืองมีส่วนช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิดที่
1 ซึ่งพบมากที่ผิวหนัง
สารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว
เป็นสมุนไพรจีนที่มีการใช้เพื่อบำรุงสุขภาพกันมาอย่างยาวนาน ทั้งการใช้บำรุงตับ
สายตา และผิวพรรณ เนื่องจากฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสรที่สูงมาก
และเมื่อนำมาใช้ร่วมกับคอลลาเจนเปปไทด์กลับให้ผลในการลดการสร้างเม็ดสีผิวได้
การเสริมคอลลาเจนมีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวโดยการเพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอย และความแห้งกร้าน นอกจากนี้ยังอาจช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและบรรเทาอาการปวดข้อ ยังมีรายงานถึงประโยชน์อื่น ๆ ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน แต่ยังไม่มีการศึกษาการอ้างอิงมาสนับสนุนมากนัก และแม้ว่าอาหารธรรมชาติหลายชนิดจะมีคอลลาเจน แต่ก็ไม่ทราบว่าคอลลาเจนในอาหารให้ประโยชน์เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่
















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น